ReadyPlanet.com

 หน้ารวมกระทู้ > แนะนำการเตรียมสอบ BMIR กับครูพ...

แนะนำการเตรียมสอบ BMIR กับครูพี่ทาม์ยครับ


แนะนำการเตรียมสอบ BMIR กับครูพี่ทาม์ยครับ

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

BMIR (รัฐศาสตร์ตรีควบโท สาขาการเมืองและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ นานาชาติ ธรรมศาสตร์)
นั้นรับตรง 100% โดยใน 1 ปี จะรับเพียง 100 คนเท่านั้น โดยศึกษาตลอด 5 ปีที่ท่าพระจันทร์ .........

-----------------------------------
 
การเตรียมตัวสอบ BMIR นั้น 
1. จะต้องมีผลการเรียนเฉลี่ย 4 เทอม (ม.4-5) 2.8 ขึ้นไป
(หากจบ ม.6 แล้วก็ให้ใช้เกรดรวมทั้งหมด 6 เทอม)
 
2. คณะต้องการน้องที่มีผลคะแนนภาษาอังกฤษมาตรฐาน
ไม่ว่าจะเป็น TU-GET >500 หรือ CU-TEP >500 หรือ TOEFL >500 หรือ IELT >5.5 หรือ SAT I(CRITICAL READING and WRITING) > 800
 
ดังนั้นน้องๆ ควรทำคะแนนแค่พอ "ผ่าน" ก็พอ ไม่ต้องตะบี้ตะบันทำให้ได้มาก เพราะไม่มีผลต่อการพิจารณา BMIR ต้องการเฉพาะคะแนนที่ผ่านเกณฑ์เท่านั้น ดังนั้นน้องจะเลือกสอบอันไหนก็ได้ตามความสะดวก (แต่แนะนำให้สอบ TU-GET เพราะเป้นารสอบมารตฐานภาษาอังกฤษของธรรมศาสตร์ และมีจัดสอบทุกเดือน ค่าสอบเพียง 500 บาทต่อครั้งเท่านั้น ส่วน CU-TEP นั้นแม้ว่าจะมีลักษณะการสอบที่ง่ายกว่า แต่ก็ยังไม่แน่นอนว่าจะสามารถใช้ยื่นในปี 2556 ได้ ถึงแม้ว่าทาง BMIR จะกำหนดให้ยื่นคะแนน CU-TEP ได้ก็ตาม ทั้งนี้เพราะ CU-TEP เป็นผลคะแนนมาตรฐานของจุฬาฯ เช่นเดียวกับ TOEFL, IELT, SAT I ซึ่งแม้จะเป็นผลการสอบสากล สามารถนำไปใช้ยื่นสมัครเรียนมหาวิทยาลัยใดๆ ก็ไกด้ในโลก แต่ก็มีจำนวนครั้งในการสอบที่น้อยกว่า และราคาสมัครสอบแพงกว่า แต่ทั้งนี้น้องก็สามารถเลือกสอบได้ตามสะดวก และสามารถเลือกยื่นผลคะแนนที่คิดว่าดีที่สุดของตนเอง)
 
ทั้งนี้ในการเตรียมสอบภาษาอังกฤษมาตรฐานนั้น หากเป็น TU-GET น้องจะต้องเตรียมในส่วนของ Grammar + Structure + Vocab ให้ดี เพราะข้อสอบมีจุดเน้นที่ยากไม่กี่จุด และที่สำคัญออก Passage ค่อนข้างมาก เกือบ 10 บท หรือมากกว่า ... ส่วน CU-TEP/TOEFL/IELT นั้นพอจะมีในส่วนของ Listening มาช่วย หากน้องมีความถนัดก็สามารถที่จะแบ่งเบาภาษาด้าน Grammar + Structure + Vocab ไปได้บ้าง เพราะออกอย่างละครึ่ง ... ในกรณีของ TOEFL/IELT นั้นจะต้องเตรียมการเขียน Academic Writing ไปด้วย เพราะมีส่วนนี้ในข้อสอบ
 
(รายละเอียดคอร์สของ TOPIC ACADEMY
 
3. สำคัญที่สุดคือการ "สอบ" ซึ่งเป้นการพิจารณาที่สำคัญมาก
ข้อสอบของ BMIR นั้นมีหลากหลายรูปแบบ แต่ออกมาเป็นข้อสอบชุดเดียว กล่าวคือ ข้อสอบอาจจะออกได้ทั้งแบบ Multiple Choice, Matching, Short Essay, etc. แล้วแต่ปี ทั้งนี้ส่วนที่มักออกทุกปีคือ
 
3.1) Multiple Choice แบบ 5 ตัวเลือก ซึ่งจะเกี่ยวกับ "ความรู้ทั่วไปที่เป็นข่าวดัง" ประมาณ 40% และออก "ความรู้ทั่วไปที่เป็นเนื้อหาพื้นฐานทางการระหว่างประเทศ" 60% ดังนั้นน้องๆ ต้องเตรียมตัวให้ดี ข้อสอบจะออกเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด (จะออกยากกว่าอินเตอร์คณะอื่นๆ)
 
3.2) Short Essay โดยจะออกจำนวนข้อแล้วแต่ปี บางปีออก 2 ข้อ บางปีออก 3 ข้อ แต่ในปี 2556 น่าจะออก 3 ข้อ ตอบข้อละประมาณ 8 - 10 บรรทัด โดยจะถามเกี่ยวกับความคิดเห็นทางรัฐศาสตร์การระหว่างเทศ ซึ่งน้องๆ ย่อมต้องมีความรู้ดีพอสมควรจึงจะสามารถเขียนตอบได้ (โดยน้องๆ จะต้องทำคะแนนในส่วนที่เป็น Choice/Mathing/Fill in the Blank/etc. ให้มีคะแนนสูงสุดเรียงลงมาเป็น 400 คนแรกก่อน จึงจะได้รับการตรวจข้อสอบ Short Essay)
 
(รายละเอียดคอร์ส
- แนะนำนิดนึงว่าคอร์ส BMIR ของ TOPIC มีแตกแยกย่อยหลายคอร์สเพื่อตอบสนองความต้องการหลายๆ ด้านของน้องๆ เนื่องจากทุกคอร์สสอนโดยครูพี่ทาม์ยเอง ซึ่งมีความ***วชาญและชำนาญในกาารเตรียมน้องๆ สอบตรงรัฐศาสตร์มายาวนานกว่า 9 ปี ถือเป็นสถาบันแห่งแรกในการเปิดสอน สอบตรงรัฐศาสตร์และ BMIR เป็นสถาบันแห่งแรกและแห่งเดียวที่ทำให้น้องๆ 100% สอบติด BMIR ตั้งแต่ BMIR รุ่นที่ 2 ถึงรุ่นปัจจุบัน ก็จะมีน้องๆ TOPIC มากกว่า 40 คนในแต่ละรุ่น-
คอร์สที่พี่ทาม์ยแนะนำคือ
POL -พื้นฐานทางรัฐศาสตร์ เรียนเป็นภาษาไทย
BMIR - พื้นฐานทางการระหว่างประเทศ เนื้อหาอังกฤษ บรรยายไทย
IBMT -ตะลุยโจทน์ BMIR
BMNR - วิธีการอ่านข่าวภาษาอังกฤษอย่างถูกต้อง
WHS - ประวัติศาสตร์โลก ควรเรียนเพื่อเก็บประเด็นทางประวัติศาสตร์ในการนำไปต่อยอดสถานการณ์โลกปัจจุบันกับคอร์ส SIR I และ SIR II)
SIR I และ SIR II -สถานการณ์โลก
Academic Writing - ฝึกการเขียนภาษาอังกฤษเพื่อการตอบข้อสอบ
รายละเอียดเพิ่มเติมที่ http://www.2btopic.com/TU-INTER/bmir.html)
 
4) เมื่อผลคะแนนการสอบผ่านทั้งหมดแล้วก็จะชี้วัดว่าจะติดหรือไม่ติดจากการ Interview อีกครั้ง (ของธรรมศาสตร์จะไม่ใช้ระบบ Score Ranking เหมือนที่อื่นๆ โดยจะพิจารณาเป็นขั้นๆ คือ รอบแรกตรวจของสอบ Choice/Mathing/Fill in the Blank/etc. แล้วเอาคน 400 คนแรกที่คะแนนสูงสุดมาตรวจ Short Essay จากนั้นก็จะคัดเหลือประมาณ 150 คนเพื่อมา Interview ซึ่งในแต่ละขึ้นตอนนั้นจะไม่นำเอาผลคะแนนเดิมมาร่วมพิจารณา เช่นในรอบ Interview ก็จะพิจารณาเฉพาะคะแนน Interview เลย ไม่เอาคะแนนส่วนอื่นๆ มาคิดด้วย ดังนั้นการสอบในทุกขั้นตอนจึงมีความสำคัญเป้นอย่างมาก)
 
นี่คือทั้งหมดที่ควรเตรียม แต่ทั้งนี้พี่ทาม์ยแนะนำว่าหนูควรเตรียมเพื่อไปเข้าสอบใน ภาคไทย ด้วย เพราะเป็นการสอบก่อน (ภาคไทยสอบต้นเดือนพฤศจิกายน BMIR สอบกลางเดือนมกราคม ประกาศผลใกล้ๆ กัน) จะทำให้เราพอทราบแนวโน้มการออกข้อสอบได้เป็นอย่างดี แต่ทั้งนี้ BMIR เป็นหลักสูตรที่น่าสนใจอยู่แล้ว เพราะเป็นหลักสูตรแรกและเป็นหลักสูตรเดียวที่มีการสอบในหลักสูตรนานาชาติในสาขาการระหว่างประเทศ ที่ซึ่งควรต้องมีภาษาอังกฤษเป็นภาษาพื้นฐานอยู่แล้ว อีกทั้งในขณะที่หนูเรียนจบประมาณปี 2559 ไทยก็จะเข้าสู่สมาคมอาเซียนแล้ว การเรียนในสาขานี้จะเป็นสาขาอนาคตที่จะรองรับการเรียนจบของหนูอย่างทันท่วมที และจะมีบทบาทมากขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้อย่างแน่นอน
 
มีอะไรอยากสอบถามเพิ่มเติม ติดต่อได้ครับที่
02 619 2700, 087 215 6357
www.2btopic.com | www.facebook.com/topic2u ครับ
หรือ Facebook พี่ทาม์ย ที่ www.facebook.com/tyme.topic
หรือข้อมูลการสอบ BMIR เพิ่มเติมที่ http://www.2btopic.com/TU-INTER/bmir.html


ผู้ตั้งกระทู้ Admin กระทู้ตั้งโดยเว็บมาสเตอร์ :: วันที่ลงประกาศ 2012-05-18 16:29:26 IP : 61.90.39.198


[1]

ความเห็นที่ 1 (3346882)

ขอถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับคำแนะนำ "...ควรเตรียมเพื่อไปเข้าสอบใน ภาคไทย ด้วย เพราะเป็นการสอบก่อน (ภาคไทยสอบต้นเดือนพฤศจิกายน BMIR สอบกลางเดือนมกราคม ประกาศผลใกล้ๆ กัน) ..."

หมายถึงสอบแบบ entrance ปกติเหรอค่ะ  หรือสอบตรงแบบภาคไทย  มีรายละเอียดส่วนนี้เพิ่มไหมค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น คุณแม่ วันที่ตอบ 2012-10-26 11:26:04 IP : 125.25.63.115



[1]


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล *
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล
รหัสป้องกันสแปม *CAPTCHA Image





Copyright © 2010 All Rights Reserved.