ReadyPlanet.com


อยากเป็นหมอ เตรียมตัวอย่างไร กับครูพี่ทาม์ย


อยากเรียนแพทย์ อยากเป็นหมอ
ในโรงเรียนแพทย์ชั้นนำของเมืองไทย (แพทย์ กสพท.)
---------------------------------------------------------------------------------

By Kru P"Tyme
สถาบันพัฒนาทักษะเพื่อการสอบตรงธรรมศาสตร์และจุฬา ท็อปปิค อะคาเดมี่ (TOPIC ACADEMY)
สาขาสะพานควาย (20 เมตรจาก BTS สะพานควาย) 02 629 2700
สาขาวงเวียนใหญ่ (500 เมตรจาก BTS วงเวียนใหญ่) 02 8900 120
สาขาลำปาง 054 010 458
www.2btopic.com | www.facebook.com/topic.academy | www.facebook.com/tyme.topic
 
----------------------------------------------------------------------------------

อย่าเตรียมสะเปะสปะนะครับ พี่ทาม์ยมีคำแนะนำดีๆ มีฝากครับ
น้องๆรู้หรือไม่ว่าการสอบเข้าคณะแพทย์ของ กสพท.
นั้นมีสัดส่วนการตัดสินคะแนนยังไงบ้าง (ยาวหน่อยนะ)

มาดูกันครับ
--> 70%
มาจากวิชาพื้นฐาน 7 วิชา
(
คณิต 14%, ฟิสิกส์ 9.3%, เคมี 9.3%, ชีวะ 9.3%,
อังกฤษ 14%, ไทย 7%, สังคม 7%)
-->
อีก 30% มาจาก "วิชาเฉพาะแพทย์"

น้องๆ เห็นอะไรไหมครับ --> น้องๆ ส่วนใหญ่ที่อยากเป็นหมอ มัวแต่จะให้ความสำคัญกับการสอบในวิชาสายวิทย์มากจนเกินไปนั่นเอง จนลืมมองดูไปว่า เฮ้ยย จริงๆ แล้ววิชาที่สัดส่วน (weight) คะแนนมากที่สุดนั้น ไม่ใช่วิชาสายวิทย์ แต่พระเอกคือ ==> วิชาเฉพาะแพทย์ ซึ่งมีสัดส่วนมากที่สุดถึง 30% ในวิชาเดียว ในขณะที่วิชา เคมี+ฟิสิกส์+ชีวะ รวมกันมากถึง 3 วิชา กลับมีสัดส่วนรวมกันเพียงแค่ 28% ซึ่งมีค่าเท่ากับเราทุ่มเวลาในการเตรียมในวิชา คณิตศาสตร์+ภาษาอังกฤษ ซึ่ง 2 วิชาก็มีสัดส่วนมากถึง 28% เท่ากัน ทั้งๆ ที่จำนวนวิชาน้อยกว่า และเตรียมได้ง่ายกว่า ดังนั้นน้องๆ ควรจะพิจารณาให้ดี ใช่ว่าจะหลับหูหลับตาอ่านหนังสืออย่างเดียว เรียนอย่างเดียว เพราะนั่นมัน "ไม่ตอบโจทย์" น้องๆ ควรมีการวางแผน โดยการดูจากโครงสร้างข้อสอบ และ "สัดส่วนคะแนน" ที่ใช้สอบ ซึ่งสำคัญที่สุดอีกด้วย

ทั้งนี้แม้ว่าวิชา ฟิสิกส์+เคมี+ชีวะ จะมีสัดส่วนรวมกันแล้ว 28% ก็ตาม แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าอย่างไรเสีย เราก็ทิ้งไม่ได้ ดังนั้นคนฉลาดอย่างน้องๆ ควรทำอย่างไรดี พี่ทาม์ยมีข้อเสนอมาฝากน้องๆ ครับ นั่นคือ "การวางแผน" ในการอ่านและเตรียมตัวครับ

1.
ควรเตรียม "วิชาเฉพาะแพทย์" เสียแต่เนิ่นๆ ตั้งแต่ช่วง ม.5 เทอม 2 - ต้น ม.6 เทอม 1 ทั้งนี้เพราะวิชานี้เป็นวิชา "ทักษะ" ดังนั้นจึง "ง่าย" ในการเตรียมตัว เพราะไม่ต้องท่องจำ อีกทั้งวิชานี้อย่างที่พี่ทาม์ยบอก มีสัดส่วนมากที่สุดถึง 30% และ "สอบก่อน" ชาวบ้านเค้าด้วย นั่นคือ สอบช่วงปลายเดือนตุลาคมของทุกปี (เว้นปี 2554 เนื่องจากน้ำท่วม) ซึ่งในวิชานี้ก็จะประกอบไปด้วยข้อสอบ 3 ส่วน คือ 1.การคิดอย่างมีวิจารณญาณ 2.จริยธรรมแพทย์ 3.ความคิดเชื่อมโยง (รายละเอียดแต่ละพาร์ทเป็นอย่างไร พี่ทาม์ยจะเอามานำเสนออีกทีนะครับ เนื่องจากบทความนี้จะยาวเกินไป อิอิ)
------------------------------
(
แอบขายของนิดนึง 55 --> คอร์สวิชาเฉพาะแพทย์ ซึ่งพี่ทาม์ยเป้นผู้สอนเอง และการันตีคุณภาพได้จากการที่พี่ทาม์ยได้รับเชิญให้เป็นผู้เตรียมหลักสูตร+เนื้อหา+ออกข้อสอบเสมือนจริง วิชาเฉพาะแพทย์ ให้กับโครงการ Peptien Genius Generation ซึ่งมีสโลแกน "อยากเป็นหมอ" มาตั้งแต่เปิดตัวครั้งแรกในปี 2551 ยาวมาจนถึงปัจจุบัน พร้อมทั้งยังเป็นวิทยากรรับเชิญให้กับโรงเรียนชั้นนำมากมาย เช่นโรงเรียนเทพศิรินทร์, โรงเรียนกรุงเทพคริสเตรียน, โรงเรียนสามเสนวิทยาลัย ฯลฯ สามารถดูรายละเอียดคอร์สได้ที่นี่ http://www.2btopic.com/MED/med.html)
-------------------------------

2.
ในช่วงเทอม 1 ของ ม.6 นั้น น้องๆ ควรเตรียมในวิชาที่มีลักษณะเป็น "คำนวณ" ทั้งนี้เพราะวิชาพื้นฐาน 7 วิชา มักจะสอบในช่วงกลางเดือนมกราคม - กุมภาพันธ์ของปีถัดไป อีกทั้งยังจะต้องสอบวิชา ONET ในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์อีกด้วย ดังนั้นการที่น้องๆ จะมัวมาเร่งอ่านในวิชา "ท่องจำ" ทั้งหลาย มันก็อาจจะไม่เกิดประโยชน์เท่าที่ควร เพราะพอถึงเวลาน้องๆ ก็ยังจะต้องปลีกตัวไปอ่านวิชาคำนวณอยู่ดี ทีนี้พอกลับมาอ่านวิชาท่องจำอีก เป็นไงครับ เอาได้ไม่ยาก => "ลืม" ดังนั้นควรเตรียมสิชาสาย "คำนวณ" ไว้ในช่วง Summer - เปิดเทอม 1 ของ ม.6 เช่นวิชา คณิตศาสตร์ + ฟิสิกส์ + เคมี(คำนวณ)

ทั้งนี้การเตรียมตัว ควรเตรียมดังนี้ครับ
น้องๆ ส่วนใหญ่มักจะเตรียมเป้น "วิชา" ซึ่งถือว่ามัน "โบราณ" มากกกก เราควรเปลี่ยนใหม่ คือการเตรียมตัวควรจะเตรียมแบบมีบูรณาการ (คำที่มักจะเคยได้ยินแบบเท่ๆ แต่เข้าใจมันมั้ย 55) นั่นคือเตรียมแบบ "รวมๆ" วิชากันไป เช่น อ่านคณิตก่อนช่วงบท เซต, ตรรกศาสตร์, ระบบจำนวนจริง แล้วมาอ่านต่อในส่วนของฟิสิกส์ เช่นกลศาสตร์ 1 + กลศาสตร์ 2 แล้วกลับไปอ่านคณิตในส่วนของฟังก์ชั่นต่างๆ + เวกเตอร์ แล้วกลับไปดูฟิสิกส์ในส่วนของ แสง สี เสียง คลื่น กลับมาอ่านคณิตใหม่ในส่วนของแคลคูลัสทั้งหลาย หันกลับไปดูเคมีส่วนที่เป็นคำนวณ แล้วยิงไปฟิสิกส์พวกก๊าซ จลน์ ไรต่างๆ แล้ววกมาดูสถิติ ความน่าจะเป็น ประมาณนี้ (เอาแบบคร่าวๆ เนอะ มันเยอะ) เอาเป้นว่าเนื้อหาวิชาเหล่านี้ จริงๆ แล้วเค้าออกแบบมาเพื่อให้มันสัมพันธ์กัน นำเอาวิธีคิดแบบคณิตไปใช้ในฟิสิกส์ ข้ามไปข้ามมาแบบนี้ น้องๆ จะได้ความรู้ในระดับที่มีแอดวานซ์มากยิ่งขึ้น และรับรองได้เลยว่า ยิ่งทำได้ มันยิ่งมันส์ และสุโค่ยมากกกกกกกกกก ... อ่อ แต่ก็อย่าลืมภาษาอังกฤษด้วยนะ อันนี้สำคัญ สัดส่วนเยอะ ต้องเก็บมาตลอด มาเร่งสปีดทีหลัง บอกได้คำเดียว "ตาย"

3.
ช่วงปลายเทอม 1 + ปิดเทอม 1 (ควรทบทวนวิชาเฉพาะแพทย์ เพราะจะใช้สอบปลายเดือนตุลาคม) + เทอม 2 ควรอ่านวิชาสาย "ท่องจำ" ได้แล้ว เพราะวิชาคำนวณมันจะยังพำอคลำทางได้ เพราะมีสูตรอยู่ไม่กี่ตัว (โดยเฉพาะฟิสิกส์ สูตรน้อยมาก สำคัญตรงที่ต้องพลิกแพลงให้เป็น แนะนำว่าอย่าไปจำสูตรลัดเยอะ หัดทำเองให้เป็น แค่เข้าใจพื้นฐานของมัน แล้วโจทย์แบบไหนก็บ่ยั้นแล้วล่ะ เอาเวลาที่นั่งจำสูตรลัดและข้อจำกัดในการใช้สูตรลัด มาทำควรมเข้าใจพื้นฐานของสูตรพื้นฐานดีกว่าเยอะ เชื่อพี่) ซึ่งวิชาพวกท่องจำที่สำคัญ ก็จะมี "ชีวะ" + "เคมี" ส่วนสังคมก็อาศัย ตามข่าวเรื่อยๆ ทุกวัน แค่นี้ก็พอถูไถไปได้ ส่วนภาษาไทย ก็ถ้าเป้นคนวิเคราะห์ดี Logoc ดี ทำข้อสอบ GAT วิเคราห์ได้ดี แค่นี้ก็ได้เกินครึ่งแล้ว

สรุปคือ ช่วงต้นไป ถึงแม้ให้เน้น "คำนวณ" แต่ไม่ได้หมายความว่าจะทิ้ง "ท่องจำ" กล่าวคือ แค่ต้องให้เวลากับ "คำนวณ" มากขึ้น เช่น ให้เวลา 5 วันเป็นของ "คำนวณ" 2 วันเป็นของ "ท่องจำ" และย่อยๆ 7 วันของ "อังกฤษ" ส่วนช่วงท้ายปีก็เน้นใหม่เป็น 5 วันของ "ท่องจำ" 2 วันของ "คำนวณ" และย่อยๆ 7 วันของ "อังกฤษ" และเมื่อต้นปีใหม่ ก็ปรับให้เสมอๆ กัน เป้น 3 วัน "คำนวณ" 3 วัน "ท่องจำ" 1 วันพัก + อ่านข้าว/ดูข่าวทุกวัน + 30 นาที อ่านภาษาอังกฤษ ทุกวัน --> แค่นี้ เป๊ะมากแล้ว

4.
สอบวิชาพื้นฐานของแพทย์ไปหมดแล้ว เฮ้ออออ โล่ง ... ที่ไหนกัน อย่าลืม ONET เป็นอันเด็ดขาด เพราะมีน้องจำนวนมากที่สอบแพทย์ผ่านหมดแล้ว แต่มาตกม้าตายตรงที่ ONET ไม่ถึง 60% (น่าเศร้ามากกกกก) ซึ่งธรรมชาติของข้อสอบ ONET มันจะเป้นพื้นฐาน จำไว้ว่า "สายศิลป์" ก็ต้องสอบได้ ดังนั้นอีพวกแอดวานซ์ที่เราเตรียมๆ กันมาครั้งสอบวิชาพื้นฐานของแพทย์นั้นน่ะ ไม่ต้องเอามาใช้ เพราะมันจะ "ผิด" เพราะพวกที่เตรียมขั้นสูงมากๆ เนี่ย มักจะลืม "พื้นฐาน" ทำให้ทำข้อสอบ "ง่ายๆ" ไม่ค่อยได้ ตรงนี้ต้อง "ระวังงงงงงงง"

และนี้่คือทั้งหมดของการเตรียมตัวสอบ "แพทย์" อย่าลืมว่าควรมีเวลา "พัก" ให้ตัวเองด้วย และอย่า "เรียน" ให้มากจนเกินไป เพราะไม่ส่งผลดีให้กับตัวน้องๆ เลย เพราะน้องๆจะไม่มีโอกาสได้พัก ทำให้สมองไม่มีโอกาสได้ Re-Organize ดังนั้นอะไร ที่เรียนๆ มา ที่ยัดๆ เข้ามา เหอๆ ให้ตายเหอะ มัน "ลืมมมมมมมมมม" ... อย่างที่บอก "คนฉลาด" จริง เค้าต้องรู้จักตัวเอง ทางสายกลางยังใช้ได้เสมอๆ อย่าตึง และอย่าหย่อน ประตูคณะแพทยศาสตร์ เปิดรอเราอยู่แล้ว เข้าไปให้ได้ พี่ทาม์ยเป้นกำลังใจให้ครับ ... "ไม่มีอะไร ได้มาโดยไม่พยายาม"


ผู้ตั้งกระทู้ Admin กระทู้ตั้งโดยเว็บมาสเตอร์ :: วันที่ลงประกาศ 2012-05-17 15:04:23 IP : 58.8.159.117


[1]

ความคิดเห็นที่ 7 (3491197)

 หนูอยากเป็นหมอ มากกกกก จะพยายามน่ะค่ะ

ถึงมันจะยากไปหน่อยก็เถอะ>o<

ผู้แสดงความคิดเห็น ยิ้ม😊。^‿^。 วันที่ตอบ 2016-10-01 16:39:03 IP : 49.230.209.183


ความคิดเห็นที่ 6 (3430706)

 ขอบคุณพี่ทาม์ยมากครับผม

ผู้แสดงความคิดเห็น ผู้อยากเป็นแพทย์ วันที่ตอบ 2015-05-11 19:46:40 IP : 1.10.217.47


ความคิดเห็นที่ 5 (3425575)

 อยู่ ม.3 อยากเป็นหมอ จะนำไปใช้นะคะ ขอบคุณคะพี่ทาม์ย

ผู้แสดงความคิดเห็น ืnewclear วันที่ตอบ 2015-01-17 21:59:01 IP : 223.204.124.65


ความคิดเห็นที่ 4 (3424938)

 ขอบคุณพี่ทาม์ยมากๆนะคะ หนูจะนำไปใช้ค่ะ ^_^

ผู้แสดงความคิดเห็น pimpim วันที่ตอบ 2015-01-01 22:09:23 IP : 49.237.40.133


ความคิดเห็นที่ 3 (3423199)

 ขอบคุณมากๆเลยค้ะ หนูจะพยายามทำตามที่พี่บอกน้ะค้ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น ... วันที่ตอบ 2014-11-20 21:40:15 IP : 171.96.177.65


ความคิดเห็นที่ 2 (3417400)

 ขอบคุณพี่ทาม์ยมากๆน่ะค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น น้ำ ปั่น (piliwan-dot-dekd-at-gmail-dot-com)วันที่ตอบ 2014-06-22 09:52:29 IP : 49.230.169.134


ความคิดเห็นที่ 1 (3360868)

 ขอบคุณมากเลยครับผมจะพยายามทำตามที่พี่ทาม์ยบอกครับ 

ผู้แสดงความคิดเห็น Panupong Namwongsa วันที่ตอบ 2013-07-09 21:07:15 IP : 49.49.237.211



[1]


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล


Copyright © 2010 All Rights Reserved.